เคล็ดไม่ลับสำหรับการดูแล Blade Battery ให้มีอายุการใช้งานนานขึ้น

เคล็ดไม่ลับสำหรับการดูแล Blade Battery ให้มีอายุการใช้งานนานขึ้น

ในยุคที่รถยนต์ไฟฟ้ากำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ การดูแลรักษาแบตเตอรี่ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้รถยนต์ไฟฟ้าของคุณมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยี Blade Battery ที่เป็นนวัตกรรมล่าสุดจาก BYD ซึ่งได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูง บทความนี้จะพาคุณไปเรียนรู้วิธีการดูแล Blade Battery อย่างถูกต้อง เพื่อให้แบตเตอรี่ของคุณมีอายุการใช้งานที่ยาวนานและคงประสิทธิภาพสูงสุด

ทำความรู้จักกับ Blade Battery 

ทำความรู้จักกับ Blade Battery

Blade Battery เป็นนวัตกรรมแบตเตอรี่รูปแบบใหม่ที่ถูกพัฒนาโดย BYD โดยมีจุดเด่นที่การออกแบบในลักษณะแถวตรง (blade-like) ที่มีความบางและยาว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อนและความปลอดภัย แบตเตอรี่รุ่นนี้ใช้เทคโนโลยี Lithium Iron Phosphate (LFP) ที่มีความปลอดภัยสูงและต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าแบตเตอรี่แบบดั้งเดิม

จุดเด่นของ Blade Battery

นวัตกรรม Blade Battery มีจุดเด่นที่สำคัญหลายอย่าง ซึ่งทำให้เป็นที่ยอมรับในวงการยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก มาดูกันว่าจุดเด่นของ Blade Battery มีอะไรบ้าง

ต้นทุนการผลิตต่ำ

การใช้เทคโนโลยี Lithium Iron Phosphate (LFP) ใน Blade Battery ช่วยลดต้นทุนการผลิตได้อย่างมาก เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่แบบ NMC ที่ต้องใช้แร่นิกเกิลซึ่งมีราคาสูง นอกจากนี้ การออกแบบในรูปแบบ cell-to-pack ยังช่วยลดขั้นตอนการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พื้นที่

มาตรฐานความปลอดภัยสูง

Blade Battery ได้รับการออกแบบให้มีความปลอดภัยสูงกว่าแบตเตอรี่ทั่วไป โดยมีความทนทานต่อความร้อนสูงถึง 270 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าแบตเตอรี่แบบ NMC และ NCA ที่ทนได้เพียง 210 และ 150 องศาเซลเซียสตามลำดับ

7 วิธีดูแล Blade Battery 

การดูแลรักษา Blade Battery อย่างถูกวิธีจะช่วยยืดอายุการใช้งานและรักษาประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ได้อย่างดี มาดูกันว่ามีวิธีการดูแลอย่างไรบ้าง

1. ชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มตลอดเวลา

การชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญสำหรับ Blade Battery ควรชาร์จให้เต็มอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และหลีกเลี่ยงการปล่อยให้แบตเตอรี่เหลือน้อยกว่า 20% เป็นเวลานาน

2. หากไม่ได้ใช้งานเกิน 3 เดือนขึ้นไป ควรชาร์จแบตเตอรี่ทุก 3 เดือน แล้วปล่อยให้คายประจุเหลือ 40-60%

สำหรับการจอดรถทิ้งไว้เป็นเวลานาน ควรชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มทุก 3 เดือน แล้วปล่อยให้คายประจุเหลือ 40-60% เพื่อรักษาสภาพแบตเตอรี่

3. หากไม่ได้ขับรถเกิน 7 วัน ควรชาร์จแบตเตอรี่ไว้ที่ 40-60%

การรักษาระดับประจุแบตเตอรี่ที่ 40-60% เป็นระดับที่เหมาะสมสำหรับการจอดรถระยะสั้น ช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่

4. ชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มก่อนการขับครั้งแรก หรือหลังจากที่ไม่ได้ใช้เป็นเวลานาน

เมื่อเริ่มใช้งานรถครั้งแรกหรือหลังจากที่ไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน ควรชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มเพื่อรีเซตระบบการแสดงผลระดับแบตเตอรี่ให้แม่นยำ

5. ใช้ความเร็วคงที่ในการขับ

การขับรถด้วยความเร็วคงที่จะช่วยประหยัดพลังงานและลดการสึกหรอของแบตเตอรี่ หลีกเลี่ยงการเร่งและเบรกกะทันหัน

6. เมื่อแบตเตอรี่หมดจนเหลือ 0% ควรชาร์จทันที

หากแบตเตอรี่หมดจนเหลือ 0% ควรรีบชาร์จทันทีภายใน 7 วัน เพื่อป้องกันความเสียหายถาวรที่อาจเกิดขึ้นกับแบตเตอรี่

7. หลีกเลี่ยงการขับรถไฟฟ้าในสภาพอากาศที่รุนแรง

ควรหลีกเลี่ยงการขับรถในสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิสูงเกิน 60°C หรือต่ำกว่า -30°C เป็นเวลานาน และควรจอดรถในที่ร่มเพื่อป้องกันความร้อนสะสม

สรุปบทความ

แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า

การดูแลรักษา Blade Battery อย่างถูกวิธีจะช่วยให้แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานและมีประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า BYD ที่ใช้เทคโนโลยี Blade Battery บริษัท บี อินฟินิท จำกัด สุราษฎร์ธานี พร้อมให้คำปรึกษาและบริการอย่างมืออาชีพ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่